[ Random Image ]
  • เปิดดู
    689
วัดพระแก้ว อำเภอเชียงของ

วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ หมู่ที่ 13 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นอีกวัดหนี่งในเชียงของที่ตั้งอยู่กลางเมือง ตั้งอยู่ห่างที่ว่าการอำเภอฯประมาณ 400 เมตร บนถนนสายหลักเชียงของ-เชียงแสน (ติดกับที่ทำการไปรษณีย์) ทางเข้าวัดจะติดถนนสายหลักแต่อีกด้านหนึ่งจะติดแม่น้ำโขง ดังนั้นบริเวณวัดจึงสามารถมองเห็นวิวน้ำโขงสวยงามมาก รวมทั้งมองเห็นฝั่งลาวได้ชัดเจนอีกด้วย ภายในวัดมีพระพุทธรูปเก่าแก่มากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่ทำจากหินน้ำโขงที่งดงามมาก บริเวณด้านติดแม่น้ำโขงมีม้านั่งหินอ่อนให้ท่านนั่งชมทัศนียภาพน้ำโขงและฝั่งลาวตลอดแนววัด

ประวัติวัดพระแก้ว ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

 
 

 ตามตำนานเล่าขานกันสืบต่อๆ มาว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมพุทธเจ้า เสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ในสถานที่ต่าง ๆ ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ข้ามแม่น้ำโขง (ขรนที) ไปถึงหมู่บ้านตำมิละ พระองค์ได้ประทับใต้ต้นขนุน หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก  นายบ้านตำมิละได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อรับฟังคำสั่งสอน  เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ  นายบ้านตำมิละจึงกราบทูลขอพระองค์ประทานสิ่งของสักอย่างหนึ่ง  เพื่อเป็นที่สักการบูชาแทนพระองค์  พระองค์จึงประทานพระเกศา ๒ เส้น ให้นายบ้านตำมิละแล้วทรางตรัสกับนายบ้านตำมิละว่า ให้ทำผอบทองคำ ๒ ผอบ ให้หนักผอบละ ๕ บาท แล้วทำเรือด้วยทองคำหนักลำละ ๒๕ บาท จำนวน ๒ ลำ ให้เอาพระเกศาใส่ลงในผอบๆละ ๑ เส้น  แล้วให้เอาผอบทั้งสองแยกกันออกไปทางซ้าย และขวามือของเรา ให้ระยะห่างเท่ากัน ให้ขุดหลุมข้างละหลุม ลึก ๙ วา แล้วเอาเรือที่บรรจุผอบใส่ลงไปให้หลุม แล้วให้นำแผ่นหินมาปิดหลุมและถมหลุมให้เต็มด้วยติน ก่อดินให้สูงขึ้นเป็นสถูป แล้วหานายช่างเอาแผ่นหิน ๒ แผ่น กว้าง ๑ ศอก ยาว ๒ ศอก มาสลักคำทำนายของพระพุทธองค์ลงบนแผ่นหิน แล้วนำไปติดตั้งไว้หน้าสถูป ข้างละแผ่น ต่อไปในวันข้างหน้า ที่ตรงนี้จะมีผู้คนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บ้านเมืองจะเจริญขึ้น แล้วจะมีผู้มาสร้างเป็นพระธาตุขึ้น สถูปทางซ้ายมือ มีชื่อว่า " วัดไชยสถาน " สถูปทางขวามือ มีชื่อว่า " วัดศรีบุญยืน "

 
 

 
       ลายกนกโบราณสมัยลานนา ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ศิลปโบราณสมัยล้านนา


                       กาลเวลาผ่านไป หมู่บ้านตำมิละ ได้เจริญเป็นใหญ่ ชื่อว่า " ขรราชนคร " ตามชื่อแม่น้ำขรนที ซึ่งคนรุ่นหลังเรียกว่า " แม่น้ำของ " เมืองขรราชนคร ก็เรียว่า เมืองเชียงของ ตั้งแต่นั้นมา

สถานที่ ที่นายบ้านตำมิละฝังผอบไว้ ก้มีผู้มาสร้างวัดถวายแก่พระสงค์ที่มาปฏิบัติธรรมโปรดสัตว์ สืบต่ออายุพระพุทธศาสนา วัดที่อยู่ทางซ้ายของต้นขนุนมีชื่อว่า " วัดไชยสถาน " ส่วนวัดที่อยู่ทางขวาก็มีชื่อว่า " วัดศรีบุญยืน "

                       ต่อมา เจ้าอริยะ เชื้อสายเจ้าเมืองเชียงแสน ได้มาปกครองเมืองเชียงของ ได้ทำการบูรณซ่อมแซมวัดทั้งสอง แล้วเปลี่ยนชื่อ วัดไชยสถาน เป็น วัดหลวง เปลี่ยนชื่อ วัดศรีบุญยืน เป็น วัดพระแก้ว ตามชื่อที่เคยเรียกมาแต่ก่อนนั้น                    

 
 

  

    ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๘ มีนักท่องเที่ยว ชาวอเมริกา ได้พบแผ่นศิลาจารึก ชาวอเมริกาผู้นี้มีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาโบราณ จึงสนใจมากต้องการนำไปศึกษา จึงไปขออนุญาตกับเจ้าราชวงศ์บุญรังศรี ด้วยการแลกเปลี่ยนกับปืนไรเฟิน แบบสามลำกล้อง  เข้าราชวงศ์ตกลงยินยอมแลกเปลี่ยนด้วย จึงอนุญาตให้ไป
 จนมาถึงสมัย เจ้าจิตวงษ์วรยศ รังสี ได้มีการบูรณะซอมแซมครั้งใหญ่ แต่ไม่ปรากฎว่าในปี พ.ศ. ใด จนเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙ เจ้าอาวาสและคณะศรัทธาบ้านวัดแก้ว ได้พร้อมใจกันซ่อีกซ่อมแซมอีกครั้ง ดังที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันนี้

เมื่อเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒ู๕๔ู๖ คณะสงฆ์อำเภอเชียงของ  โดยการนำของพระครูบวรรัตนธรรมเจ้าคณะอำเภอเชียงของ  ร่วมกับคณะศรัทธาบ้านวัดแก้ว  ได้มีมติตกลงกันว่า ให้ถือเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ เป็นวันสรงน้ำพระธาตุ และให้เป็นประเพณีสืบต่อไป 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :: ตั้งอยู่ หมู่ที่ 13 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

โทร / แฟ็กซ์ :: -

โฮมเพจ / เว็บไซต์ :: www.chiangkhong.net